แชมป์มวยโลกชาวไทย นภา เกียรติวันชัย ( 10 )

ปัจจุบัน นภา เกียรติวันชัย ก็ยังคงประกอบอาชีพเป็นนักร้องตามคาเฟ่หรือสถานบันเทิงต่าง ๆ อยู่เหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เป็นนักร้องชายจึงมีรายได้รวมถึงค่าทิปไม่ถึง 10,000 บาทต่อเดือนด้วยซ้ำ จึงมีชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างขัดสน  และยังมีปัญหาสุขภาพด้านดวงตาที่เริ่มจะมองไม่เห็น ซึ่งเริ่มมาจากการชกแพ้น็อกยก 2 กับกอนซาเลซ

แชมป์มวยโลกชาวไทย นภา เกียรติวันชัย ( 9 )

นภาไปเป็นนักร้องตามคาเฟ่อีก แต่เนื่องจากรายได้จากการเป็นนักร้องไม่มั่นคง นภาจึงพยายามกลับมาชกมวยอีกแม้สภาพร่างกายจะไม่ไหว โดยหันมาใช้ชื่อ “นภา เกียรติสมภพ” ขึ้นชกเมื่อ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ชนะคะแนน รามิล นีลเก้ หลังจากนั้นนภามีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาจึงต้องหยุดชกไปอีก จนใน พ.ศ. 2540 ญี่ปุ่นได้ติดต่อนภาไปชกนอกรอบกับนักมวยของตน ซึ่งนภาได้เดินทางไปชกกับคัง ชอลโฮ นักมวยเกาหลีเหนือ เมื่อ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และเป็นฝ่ายแพ้คะแนนไป หลังจากนั้น นภาได้ไปชกที่ญี่ปุ่นอีก 3 ครั้ง ซึ่งนภาแพ้แบบไม่ครบยกทั้งสิ้น หลังจากที่ขึ้นชกครั้งสุดท้าย เมื่อ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2543 แพ้น็อค โอชิยากิ มัตสุมูระ ยก 7 แล้ว นภาก็ไม่ได้ขึ้นชกมวยอีกเลย

โลมาเชนโก้สุดแกร่งต้อน แอนโธนี่ ครอลล่า ยก 4

วาซิล โลมาเชนโก้ ยอดกำปั้นชาวยูเครน   แชมป์ รุ่นไลท์เวท สมาคมมวยโลก (WBA) และ องค์กรมวยโลก (WBO) ขึ้นสังเวียนป้องกันตำแหน่งแชมป์กับ แอนโธนี่ ครอลล่า นักชกชาวอังกฤษ     ที่สังเวียน สเตเปิ้ลส์ เซนเตอร์, ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน ที่ผ่านมา

เกมการชกในสามยกแรก เป็นยอดแชมป์โลกชาวยูเครน ที่ออกหมัดได้จะแจ้งมากกว่า ตามสไตล์ จนมาถึงยกที่ 4 อันเป็นยกสุดท้ายในการชกครั้งนี้   โลมาเชนโก เดินออกหมัดชุด ล่างสลับบน ก่อนจะยิงขวาส่งผู้ท้าชิงเมืองผู้ดีลงไปกองให้กรรมการนับสิบ  และชนะไปอย่างเด็ดขาด

ไทเกอร์ วู้ดส์ คว้าแชมป์กอล์ฟ “เดอะ มาสเตอร์ส 2019

โดยอดีตนักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลก ชาวอเมริกัน ลงสนามในรายการ   เดอะ มาสเตอร์ส 2019  ที่สนาม ออกัสต้า รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริก  ด้วยสกอร์ 13 อันเดอร์พาร์ 275 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา

ในวันสุดท้ายของการแข่งขัน    ไทเกอร์ วู้ดส์    เก็บ 2 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวม 4 วัน 13 อันเดอร์พาร์ 275 เอาชนะ ดัสติน จอห์นสัน, แซนเดอร์ ชาฟเฟล และ บรู๊คส์ เคปก้า โปรเพื่อนร่วมชาติไป 1 สโตรก ผงาดคว้าแชมป์กอล์ฟศึกเมเจอร์แรกของปีได้สำเร็จ นับเป็นแชมป์เมเจอร์ที่ 15 ของเจ้าตัวอีกด้วย

แชมป์มวยโลกชาวไทย เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ (4)

ได้ชิงแชมป์โลก

เมื่อกลับมา เนตรน้อยได้ครองแชมป์ของเวทีราชดำเนินโดยชนะคู่ปรับเก่า และได้แชมป์รุ่นเดียวกันของสนามมวยเวทีลุมพินีด้วย ต่อมาชนะน็อกยก 9 มนต์สยาม ฮ.มหาชัย นักมวยที่มีคิวชิงแชมป์โลก เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ จึงได้มีชื่อติดอันดับโลกเป็นครั้งแรก จากนั้นในปี พ.ศ. 2520 เนตรน้อยได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกครั้งแรกที่กรุงคารากัส ประเทศเวเนซุเอล่า กับ หลุยส์ เอสตาบ้า เจ้าของตำแหน่ง

แชมป์มวยโลกชาวไทย เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ (3)

เนตรน้อยกลับมาชนะติดกัน 2 ครั้ง และได้โอกาสชิงแชมป์รุ่นจูเนียร์ฟลายเวทของเวทีมวยราชดำเนิน แต่ปรากฏว่าแพ้น็อกเพียงแค่ยก 2 เท่านั้น ทางฝ่ายผู้จัดการ ธรรมนูญ วรสิงห์ จึงได้เปลี่ยนเทรนเนอร์เป็น สุดใจ สัพพะเลข โดยไปฝึกซ้อมอยู่ที่ใต้ถุนยิมเนเซี่ยม 1 สนามกีฬาแห่งชาติ เนตรน้อยจึงมีฝีมือดีขึ้นเรื่อย ๆ การชกก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ จนกระทั่งได้มีโอกาสชิงแชมป์ภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) กับ ชาง อิล ชุง นักมวยชาวเกาหลีใต้ ถึงถิ่นของแชมป์เอง เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ ชกได้ดี แต่เมื่อครบ 12 ยก กรรมการตัดสินให้เสมอกันอย่างค้านสายตา

แชมป์มวยโลกชาวไทย (18) ( โผน กิ่งเพชร )

ภายหลังการรู้ผลการชก ที่อำเภอหัวหินบ้านเกิดของโผนได้มีการจุดพลุฉลองทั่วทั้งเมืองทันที ต่อมา สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ วันที่ 16 เมษายน ของทุกปี เป็น วันนักกีฬายอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ วันนักกีฬาไทย  โดยมีการมอบรางวัลถ้วยพระราชทานเป็นประจำทุกปี (คนละวันกับ วันกีฬาแห่งชาติ 16 ธันวาคม ที่กำหนดตามวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงได้เหรียญทองกีฬาซีเกมส์)

แชมป์มวยโลกชาวไทย (17)

ผลการแข่งขันในการชกในครั้งนั้น ปรากฏว่าโผนชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ โดยกรรมการ โลเรนโซ เทอเลบ้า กรรมการห้ามบนเวทีชาวอาร์เจนตินา ชาติเดียวกับเปเรซ ให้เปเรซชนะ 145 – 143 กรรมการชาวไทย วงศ์ หิรัญยเลขา ให้โผนชนะ 148 – 137 และ แน็ต แฟลชเชอร์ กรรมการจากเดอะ ริง ให้โผนชนะ 146 – 140 ได้ครองแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท ของสถาบันเดอะริง (The Ring) เป็นแชมป์โลกคนแรกของไทย

ฟุตบอลโลก 2002 ( 17 )

ผู้ทำประตู

3 ประตู   มาร์ค วิลมอตต์  เปาโล  เปาเลต้า  เฮนริก ลาร์สสัน

ปาป้า บูบ้า ดิออพ   อิลฮาน มัลซิส  ราอูล

ร็อบบี คีน   มิชาเอล บัลลัค   เฟร์นานโด มอริเอนเตส